ดูแผนที่อุ้มผาง
การเดินทางผ่านถนนลอยฟ้าสู่อุ้มผาง
"อุ้มผาง" เป็นเมืองท่องเที่ยวในอ้อมกอดของผืนป่า และหุบเขาสูงแห่งสุดท้ายของประเทศไทยที่ยังเหลืออยู่
ผู้ไปเยือนอุ้มผางโดยทางรถยนต์จะได้สัมผ้สกับความงามของ "ถนนลอยฟ้า"
ซึ่งเป็นแนวถนนลาดยางที่คดเคี้ยว 1,219 โค้งลัดเลาะไปในป่าใหญ่และสันเขาสูงสลับซับซ้อน
จากกรุงเทพฯ เดินทางตามทางหลวงหมายเลข
1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ขัยนาท นครสวรรค์
กำแพงเพชร ถึง จังหวัดตาก ระยะทางประมาณ 425 กม. ก่อนถึงตัวจังหวัดตาก
7 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด)
ถึงอำเภอแม่สอด ระยะทาง86 กม. แยกซ้ายมือไปตามทางหลวงหมายเลข 1090
(แม่สอด-อุ้มผาง) ตามเทือกเขาถนนธงชัย เส้นทางคดเคี้ยวสลับซับซ้อน
1,219 โค้งจาก อ.แม่สอด ถึงอุ้มผางระยะทาง 164 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ
4-5 ชม. รวมระยะทาง จาก กทม. 668 กม.
หมายเหตุ
เส้นทางช่วงแม่สอด-อุ้มผาง นักเดินทางควรขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
และรถที่ใช้ควรมีสภาพดี หรือรถที่มีสมรรถนะสูง เพราะเป็นเส้นทางตัดผ่านเทือกเขา
ถนนมีความคดโค้งมาก มีจุดแวะพักบริเวณกิโลเมตรที่ 84 มีร้านขายอาหาร
และเครื่องดื่ม ผู้ที่เมารถควรรับประทานยาแก้เมารถไว้ล่วงหน้า
การเดินทางโดยรถประจำทาง
1.กรุงเทพฯ-แม่สอด มีรถทัวร์ประจำทาง ทั้ง บขส. โทร.0-2936-2841-48,0-2936-2852-66
ต่อ 442, 311 หรือทันจิตต์ทัวร์ โทร.0-2936-3210-4
2. แม่สอด-อุ้มผาง มีรถสองแถวประจำทาง รอบเช้าและรอบบ่าย หรือเช่าเหมารถตู้ สอบถาม คุณอ๊อด โทร 087-6767221
3. ทางเครื่องบิน ปัจจุบันมีภาคเอกชนเปิดบริการการเดินทางสู่อุ้มผางด้วยเครื่องบินขนาดเล็กจาก
กทม. (เช่าเหมาลำ ขนาด 12 ที่นั่ง) ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นและจะได้สัมผัสเมืองอุ้มผางในอีกมิติหนึ่ง
บริษัท สยาม จีเอ.จำกัด (Siam GA) บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-อุ้มผาง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 2535 7050 อุ้มผาง โทร. 0 5556 1611-2
หรือ www.sga.co.th
ในปัจจุบัน อ.อุ้มผาง เป็น 1 ใน 8 อำเภอของ จ.ตาก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด ห่างจากตัวเมือง 249 กม. ทิศเหนือติด อ.พบพระ จ.ตาก ทิศใต้ติด อ.สังขละบุรี และ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ทิศตะวันออกติด จ.แพงเพชร, จ. นครสวรรค์ และ จ.อุทัยธานี ทิศตะวันตกติดกับประเทศพม่า
แหล่งท่องเที่ยว
ต้นน้ำแม่กลอง : แม่น้ำแม่กลอง ต้นกำเนิดมาจากสายน้ำใหญ่น้อยในเทือกเขาสูงของป่าอุ้มผางอันประกอบด้วย ห้วยแม่กลอง ห้วยอุ้มผาง ห้วยกล้อทอ ห้วยแม่จัน ห้วยแม่ละมุ้ง ฯลฯ ใหลสู่ จ.กาญจนบุรี เรียกว่าแม่น้ำแคว และรวมกับแม่น้ำแควน้อย ใหลสู่ จ.ราชบุรี ออกทะเลอ่าวไทยที่ จ.สมุทรสงคราม เรียกว่าแม่น้ำแม่กลอง จัดว่าเป็นแม่น้ำที่สำคัญอีกสายหนึ่งของไทย
การล่องแพหรือเรือยางในอุ้มผางจะเริ่มต้นจากตัวอำเภออุ้มผาง ไปตามลำห้วยอุ้มผางออกสู่แม่น้ำแม่กลอง
ผ่านธรรมชาติที่สวยงาม ถึง น้ำตกทีลอจ่อ เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากยอดผาสูงชัน
น้ำตกแตกกระเซ็นเป็นละอองคล้ายสายฝน และเป็นจุดพักเล่นน้ำอีกแห่งหนึ่ง
โดยล่องเรือผ่านธารน้ำร้อนจนถึง แก่งตะโค๊ะบิ สายน้ำจะไหลเชี่ยวเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว
ผ่านผาเลือด ผาผึ้ง ผาบ่อ ถึงท่าทราย ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์ที่มีสภาพดี
มีสมรรถนะสูง ใช้เวลาไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ประมาณ 45
นาที และจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ต้องเดินเท้าไปน้ำตกทีลอซูประมาณ 1.5 ก.ม. ในช่วงฤดูฝนเส้นทางรถยนต์จะปิดตั้งแต่เดือน มิถุนายน-ต้นเดือนพฤศจิกายน
ของทุกปี
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง : เป็นเขตป่าอนุรักษ์เพื่อการสงวน และรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหายาก
มีพื้นที่1,619,280ไร่และเป็นผืนป่าตะวันตกที่เชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกับผืนป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้งที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน
อากาศจะหนาว และเย็นมากในระหว่างเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ พรรณไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ
ป่าผลัดใบ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ เสือลายเมฆ สมเสร็จ เลียงผา
เหยี่ยว นกกระทุง ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
เมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นที่ตั้งของตัวน้ำตกทีลอซู นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างแรมแบบแคมป์ปิ้งได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
น้ำตกทีลอซู : น้ำตกทีลอซู เป็นน้ำตกขนาดใหญ่กลางผืนป่าตะวันตก มีจำนวน 3 ชั้น ซึ่งสายน้ำใหลมาจากห้วยกล้อทอ ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง "ทีลอ" แปลว่า น้ำตก "ซู" แปลว่าเสียงดัง, ยิ่งใหญ่, ดำ น้ำตกทีลอซู จึงหมายถึงน้ำตกที่ยิ่งใหญ่และมีเสียงดัง บางท่านก็แปลว่า "่น้ำตกดำ" ก็ว่ากันไป
การท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู ในหน้าหนาวและหน้าร้อน (ธ.ค.-เม.ย.) สามารถนั่งรถเข้าไปเที่ยวได้ หากเป็นหน้าฝนจะต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางกว่า 10 ก.ม. เหมาะกับท่านที่ชอบลุย
ดอยหัวหมด : ดอยหัวหมด เป็นภูเขาที่ลักษณะโล้นเลี่ยน เหมาะกับการเดินเท้าขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ โดยเฉพาะในหน้าหนาว จะมีทะเลหมอกและมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นอันสวยงาม การเดินเท้าจากลานจอดรถใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ี
ถ้ำตะโค๊ะบิ๊ : ถ้ำตะโค๊บิ๊ เป็นถ้ำที่ยาวมาก ในอดีตเคยเป็นที่พักอาศัยของกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวแวะไปท่องเที่ยวชมหินงอกหินย้อย แม้ว่าจะเป็นถ้ำที่ตายคือไม่มีหินงอกหินย้อยเกิดใหม่แล้ว
น้ำตกทีลอจ่อ : น้ำตกทีลอจ่อ หรือน้ำตกสายฝน เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาสู่ห้วยแม่กลอง หากล่องเรือสายน้ำแม่กลองก็จะ เห็นสายน้ำตกใหลโปรยปรายคล้ายสายฝนตกตลอดเวลา
น้ำตกทีลอเล : น้ำตกที่ลอเล เป็นน้ำตกที่อยู่ทางใต้สุดของ อ.อุ้มผาง เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่ไหลตกสู่ห้วยแม่กลอง การเดินทางไปท่องเที่ยวต้องล่องเรือยางไปประมาณวันครึ่ง ขากลับต้องเดินป่าออกบ้านกะเหรี่ยงปะละทะหรือกะเหรี่ยงบ้านเซปละ ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 วัน น้ำตกทีลอเลแปลว่าน้ำตกหิน และจัดว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามและคลาสสิคอีกแห่งหนึ่ง
ล่องแก่งอุ้มผางคี
เป็นแก่งระดับยากที่ค่อนข้างอันตรายต้องใช้คนพายเรือยางที่ชำนาญ
และต้องพักที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงอุ้มผางคี (ใช้เวลาประมาณ 2 วัน 1
คืน)
ข้อมูลจำเพาะ : เดินเท้า หรือนั่งช้าง จากบ้านแปโดทะใช้เวลาประมาณ
2-3 ชั่วโมง พักค้างแรมที่บ้านกะเหรี่ยงอุ้มผางคี รุ่งขึ้นเดินป่าหรือนั่งช้าง
ลัดเลาะไปตามลำน้ำอุ้มผาง ไปยังแก่งมะนาว เริ่มตื่นเต้นกับแก่ง ซึ่งมีมากกว่า
70 กว่าแก่ง ขึ้นฝั่งที่บ้านแปโดทะ ใช้เวลาในการล่อง 4-5 ชั่วโมง
/ ระดับแก่ง 2-3-4 / ราคา 1,800-2,500 บาท / คน (มากกว่า 8 คน)
ฤดูกาลท่องเที่ยว : สิงหาคม - ตุลาคม
ติดต่อสอบถาม : ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอุ้มผาง
โทร. 0- 5556-1338
บ้านกะเหรี่ยงปะละทะ
เป็็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่เก่าแก่
ตั้งอยู่ริมลำน้ำแม่กลอง ในเขตอำเภออุ้มผาง เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา
มีไฟฟ้าใช้ สถานีอนามัย และโรงเรียน ชาวกะเหรี่ยงที่นี่ยังนิยมการแต่งกายแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอง
แต่ละบ้านจะมีหูกทอผ้า (เครื่องทอผ้า) ใช้กันเองในหมู่บ้าน สัตว์ที่เลี้ยงไว้
เช่น หมู และไก่ เพื่อสำหรับใช้เป็นอาหาร และเลี้ยงช้างไว้เป็นพาหนะในการเดินทาง
และขนส่ง ชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม การเดินทาง จากอุ้มผางสามารถใช้เส้นทางอุ้มผาง-บ้านปะละทะ
ประมาณ 27 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงปะละทะ และจากบ้านปะละทะสามารถเดินป่า
หรือขี่ช้างไปบ้านกระเหรี่ยงโคทะ และน้ำตกทีลอซูได้ ทั้งยังเป็นจุดล่องเรือยางตามลำน้ำแม่กลองไปน้ำตกทีลอเร
บ้านโบราณในอุ้มผาง
อุ้มผางเป็นชุมชนเล็กๆ มีวัฒนธรรมการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
ลักษณะการสร้างบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว หลังคามุงด้วยวัสดุท้องถิ่น
เช่น ใบตองตึง แป้นเกล็ดไม้ และกระเบื้องดินเผา ตัวบ้านยกสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง
มีบันไดขึ้นด้านหน้า ชานบ้านมีม้านั่งขนานกับขอบระเบียง รั้วบ้านทำด้วยปีกไม้
ปัจจุบันยังมีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่ด้วยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
บ้านไม้โบราณในอุ้มผางจึงหาดูได้ยากขึ้นทุกที
แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อุ้มผาง
น้ำตกปิ๊ตุ๊โกร
น้ำตกปิ๊ตุ๊โกร หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ปิโต๊ะลอซู หรือ เปรโต๊ะลอซู ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกสุดของ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ลักษณะเป็นน้ำตกสูงราว 500 ม. รูปตัว Y สายน้ำตกไหลตามหน้าผามองเห็นได้ในระยะไกล เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ และเป็นที่หมายมั่นสำหรับนักผจญภัยที่จะได้มาเยือนน้ำตกแห่งนี้นอกจากน้ำตกทีลอซู และน้ำตกทีลอเลแห่งป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก
น้ำตกปิ๊ตุ๊โกร หรือเปรโต๊ะลอซู ไหลมาจากยอด แห่งขุนเขาดอยมะม่วงสามหมื่น จัดว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นน้ำตกที่เพิ่งรู้จักและจะเกิดให้เห็นได้ชัดๆ ในช่วงฤดูฝนเท่านั้น และน้อยคนที่จะได้เห็นและเข้าไปสัมผัสด้วยตนเอง เพราะว่าเป็นเส้นทางเดินป่าในช่วงหน้าฝนที่มีความยากลำบากพอประมาณ เราจะเห็นได้ชัดในยามหน้าฝน หากหมดช่วงฤดูฝน สายน้ำตกแห่งนี้ก็ลดจางหายไป แต่เมื่อได้ไปเห็นมาแล้ว ก็นับว่าคุ้มค่า
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันออก
องค์กรUNESCOได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นมรดกโลกร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งตั้งแต่ปี 2543 ด้วยเห็นว่ามีความ โดดเด่นของพื้นที่ ทั้งในเรื่องของการเป็นต้นน้ำลำธาร และเป็นพื้นที่แหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ พืช และสัตว์และเพราะความกว้างขวางใหญ่โตกินอาณาพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ จึงต้องแบ่งการดูแลออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งตะวันตกในพื้นที่ อ.ทองผา ภูมิ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และฝั่งตะวันออก อ.อุ้มผาง จ.ตาก
ถามถึงสถานการณ์ลักลอบตัดไม้ในพื้นที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่อธิบายว่า ด้วยสภาพพื้นที่ตั้งอยู่บนที่สูงเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800-1,430 เมตร ทำให้ทรัพยากรป่าไม้ค่อนข้างหลากหลาย และมีหลายลักษณะผสมกัน ทั้งป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าพรุน้ำจืด ทุ่งหญ้า ป่าไผ่ ฯลฯ พื้นที่ส่วนใหญ่ 53% เป็นป่าดงดิบ และอีก 36% เป็นป่าเต็งรังผสมกับป่าเบญจพรรณ ซึ่งมีไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ อย่าง ประดู่ แดง มะค่า โมง ฯลฯ จะอยู่ลึกเข้าไป ด้านใน ยากที่จะลักลอบเข้าไปตัดต้นไม้ประกอบกับการเดินป่าสุ่มสำรวจ เป็นการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่ง ทำให้สภาพทุ่งใหญ่ฯในวันนี้ ยังถือว่ามีความสมบูรณ์โดยวัดได้จากสัตว์วัดคุณภาพป่า อย่างนกเงือกและเสือ ซึ่งเสือเท่าที่เคยสำรวจและบันทึกไว้มีกว่า 300 ตัว ในส่วนของนกเงือกก็ยังพบเห็นจับกลุ่ม อยู่กันเป็นฝูงใหญ่บริเวณบึงกะลาโต นอกจากนี้ ยังมีฝูงช้างป่า กวาง เก้ง เลียงผา สัตว์ป่า สัตว์ปีกหายากอีกมาก
ด้านพืชพรรณธรรมชาติก็ยังสมบูรณ์ ยามแหงนมองตามคบไม้ก็จะเห็นไม้ชั้นต่างๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ยังบอกอีกว่า ลึกเข้าไปในป่าด้านใน ต้นไม้จะประดับไปด้วยกล้วยไม้ป่าที่ออกดอกสีสันต่างๆ บางต้นเป็นที่เกาะทำรังของผึ้งเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ทุ่งหญ้าและป่าโปร่งซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วไปนั้น บางแห่งก็มีขนาดกว้างใหญ่มาก เช่น ทุ่งหญ้าอุตะคี ทุ่งหญ้ายูไน ทุ่งนาทะเบิง และมักมีไม้พื้นล่างตระกูลปาล์ม เช่น เป้ง ปรง ขึ้นแซมผสมอยู่กับไม้ยืนต้นและเนินเขาทำให้มองดูแปลกกว่าที่อื่น ตามท้องทุ่งบางแห่งจะมีกล้วยไม้ดินและดอกหญ้าขึ้นแซมสลับกับสีเขียวของทุ่งหญ้า สัตว์ป่าหลายชนิดได้อาศัยทุ่งหญ้าเหล่านี้เป็นที่หากิน จึงมักจะพบรอยเท้าสัตว์และทางด่านสัตว์ (ทางเดินของสัตว์) เต็มไปหมด โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำซับและดินโป่งซึ่งมีอยู่ทั่วไป
ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ทั้งพรรณไม้ และสัตว์ป่า แถมยังมีแหล่งธรรมชาติที่สวยงามอีกหลายจุด อาทิ น้ำตกกะแง่สอด น้ำตกทีลอเล เขา กะเพียวแดง ผาผึ้ง ผาฟ้า ถ้ำค้างคาว ถ้ำลอด บึงลากะโต ป่าพรุทุ่งนาน้อย ลำน้ำแม่กลอง ลำน้ำแม่จัน ฯลฯ ถึงอย่างนั้น เจ้าหน้าที่ก็ยังย้ำว่า ไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะจุดมุ่งหมายเน้นเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และนักท่องเที่ยวต้องพักค้างแรมแบบแคมป์ปิ้งเท่านั้น และสำหรับนักสำรวจหรือนักวิจัยก็จะต้องมีหนังสือทำเรื่องมาและจะอนุญาตให้เป็นกรณีๆ